เกษตรกรเสนอเลิกกองทุนมูลภัณฑ์กันชน-ชดเชยราคายางแทน

ข่าวสารด้านบัญชีและภาษีอากร

ข่าวสารด้านบัญชีและภาษีอากร

 

          หม่อมราชวงศ์ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติครั้งที่ 2/2558 ว่า ตัวแทนเกษตรกรเสนอให้ยกเลิกกองทุนมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางแล้วให้รัฐบาลมาชดเชยส่วนต่างราคายางแทน ซึ่งรัฐบาลจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา โดยกองทุนมูลภัณฑ์กันชนฯ ตั้งงบไว้ 20,000 ล้านบาท เบิกจ่ายมาแล้ว 10,000 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 6,000 ล้านบาท

 

          พร้อมกันนี้ เกษตรกรได้ยื่นข้อเสนอขอเพิ่มวงเงินสินเชื่อช่วยชาวสวนยาง ของ ธ.ก.ส. วงเงิน 10,000 ล้านบาทนั้น หากมีการกู้เต็มวงเงิน ซึ่งขณะนี้มีการจ่ายเงินไปแล้ว 40,000 ราย วงเงิน 4,000 ล้านบาท รอเบิกจ่ายอีก 40,000 ราย วงเงิน 4,000 ล้านบาท  ซึ่งรัฐบาลยินดีพิจารณาให้

 

          นอกจากนี้ มีการรายงานความคืบหน้ามาตรการความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาง ทั้งการปล่อยเงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อซื้อยาง การปล่อยเงินกู้เพื้อแปรรูปยาง วงเงิน 5,000 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 2,000 ล้านบาท ซึ่งทางเกษตรกรต้องการให้รัฐบาลขยายโครงการนี้ไปอีก โดยรัฐบาลพร้อมที่ยินดีที่จะพิจารณาให้ โดยมอบหมายให้สภาเกษตรกรแห่งชาติไปพูดคุยกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธกส.เพิ่มเติม

 

          ส่วนเรื่องสตอกยางพาราขณะนี้มี 340,000 ตัน โดยยืนยันว่าจะไม่มีปัญหามากดดันราคาอีกแล้ว เนื่องจากรัฐบาลได้ทำสัญญากับประเทศจีนไว้ 2 สัญญา รวมแล้ว 400,000 ตัน เชื่อภายใน 1 ปีระบายหมดแน่นอน

 

          ด้านนายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เกษตรกรพอใจราคาแผ่นยางรมควันในขณะนี้แล้ว ที่ราคา 58 บาทต่อกิโลกรัม แต่ถ้าราคาตกกว่านี้ก็ต้องการให้รัฐบาลเข้ามารับซื้อยางพาราหรือชดเชยส่วนต่างราคายางพารา นอกจากนี้ยังคงเดินหน้าลดพื้นที่การปลูกยางให้เหลือ 1 ล้านไร่ทั่วประเทศ ป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน พร้อมยืนยันว่าราคายางเลยจุดต่ำสุดมาแล้ว ราคาขณะนี้ถือเป็นราคาที่เกษตรกรรับได้ อย่างไรก็ต้องติดตามราคายางจากสภาวะเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมัน และอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด 

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย